วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ผู้นำกับเวลาและการจัดลำดับความสำคัญ

เราแต่ละคนมีเวลาเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นประธานธิบดี นายกรัฐมนตรี ชาวนา แต่ว่าการใช้เวลาของเราไม่เหมือนกัน หรือเราเลือกสิ่งที่จะทำไม่เหมือนกันเช่นกัน จึงทำให้ความสำเร็จของเราไม่เท่ากัน และการทำงานหลากหลายไม่เท่ากัน ความหมายคือ ภายใน24 ชั่วโมง บางคนบริหารเวลาทำได้ หลายอย่าง แต่บางคนทำได้อย่างเดียว เหล่านี้มีสาเหตุและผมอยากจะแนะนำครับ

สิ่งแรก คือ การเลือกทำงานที่เร่งด่วนและจำเป็น เพราะงานบางอย่างจำเป็นแต่ไม่เร่งด่วน แต่เรากลับไปทำให้เสร็จ ทั้งที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้เวลานี้ เช่นกันท่านต้องทำสิ่งที่เร่งด่วนและจำเป็นตอนนี้

สอง งานบางอย่างทยอยทำไปเรื่อย ๆ ก็ได้ เพราะมีงานบางอย่าง ต้องให้เสร็จภายในวันนี้ แต่งานชิ้นอื่นต้องทำ เพื่อไม่ให้ไปเร่งวันสุดท้าย จะด้อยประสิทธิภาพ ท่านต้องแบ่งเวลานั้น ๆ

สาม ที่สำคัญ หากสำเร็จในงานแต่พลาดเวลาสำคัญท่านก็แพ้แล้ว ท่านควรแบ่งเวลาแต่ละวัน สำหรับพระเจ้า งานของท่าน ครอบครัว และการรับใช้อย่างสมดุลย์ ท่านจะชนะตลอดชีวิต แม้ท่านจะเป็นผู้นำที่ดีแค่ไหน แต่ไม่สามารถนำครอบครัวให้สนับสนุนและมีความสุขได้ หรือความสัมพันธ์กับพระเจ้าไม่ดี ท่านจะจบชีวิตแห่งความสำเร็จแบบคนพิการครับ คือไม่ครบสมบูรณ์ตามน้ำพระทัยพระเจ้า

สี่ เรียนรู้จักการปฎิเสธ เพราะบางเรื่องคนอื่นก็ทำได้ และท่านต้องทำงานหลัก หน้าที่ของท่านให้สำเร็จก่อนครับ อย่าคิดว่าหากไม่มีท่าน งานนั้นจะไม่สำเร็จ นี่เป็นความคิดที่ผิด
โยเซฟเคยถูกพี่ชายขายมาก่อน ทั้งที่เขาเล่าการสำแดงของพระเจ้าให้พี่ ๆ ฟัง แต่พี่ ๆ หาว่าเขาทะเยอทะยาน และสุดท้ายโยเซฟก็ผ่านการพิสูจน์ชีวิต ผ่านการทดสอบ พระเจ้านำเขาให้เป็นรองกษัตริย์ฟาโรห์ และได้ครอบครองดูแลพี่ ๆ ที่ต้องคำนับโยเซฟ ดังที่เคยทำนายไว้

ดาวิดเคยถูกพี่ชายดูถูกมาก่อน เมื่อดาวิดเอาอาหารไปส่ง พี่ ๆ หาว่ามาดูการสู้รบ ทะเยอทะยาน แต่สุดท้ายพวกเขาหารู้ไม่ว่าเด็กชายที่พี่ ๆ ดูถูกกลับเป็นคนที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งเป็นกษัตริย์ของพี่ ๆ และผู้เป็นบิดา แต่ดาวิด ต้องผ่านบทพิสูจน์ คือ การไม่สนใจกับคำพูดเหล่านี้ และความทุกข์ยากลำบากนานหลายปี

เรามาดูความยากลำบากของโยเซฟ โยเซฟนับวันยิ่งตกอับ เพราะถูกพี่ ๆ เอาไปขาย จากนั้นถูกทดสอบ โดย ภรรยาเจ้านาย ล่วงละเมิดล้ำเส้น หาว่าจะปล้ำ ถูกจับเข้าคุกและขังลืม ทั้งที่ ช่วยเพื่อนในคุกออกไปได้โดยทำนายฝัน สุดท้ายเมื่อเวลาพระเจ้ามาถึง สิบกว่าปีเขาเป็นรองกษัตริย์

ดาวิดเมื่อถูกเผยวจนะจากผู้เผยซามูเอลว่าจะได้เป็นกษัตริย์ โดนซาอูลไล่ฆ่า หนีเข้าไปในป่าหลายปีกว่าจะได้เป็นกษัตริย์จริง ๆ สุดท้ายเมื่อเวลาพระเจ้ามาถึงท่านก็ครอบครองอิสราเอลสิบสองเผ่า
อยากหนุนใจว่า ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ผ่านประสบการณ์เคยถูกดูแคลนมาก่อนทั้งสิ้น แค่คำพูดไม่กี่คำของบางคน อย่าให้ท่าท้อใจง่าย ๆ ล่ะครับ
วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

ผู้นำที่ดี กับผู้นำที่โดดเด่น

ผู้นำที่ดี กับผู้นำที่โดดเด่น

บางครั้งเราคิดว่า การเป็นผู้นำที่ดีต้องระวังตัวสูงมาก กลัวไปเสียหมดในการตัดสินใจ ระวังทุกเรื่อง กลัวความผิดพลาด และจะพลาดไม่ได้

แต่ผู้นำ ที่โดดเด่นนั้น เขาจะกล้าตัดสินใจ เแยกความดีกับความผิดพลาดออกจากกัน (ผมไม่ได้หมยถึงแยกจริยธรรมกับความผิดพลาดนะครับ หรือบอกว่าผู้นำที่กล้าตัดสินใจไม่สนใจเรื่องจริยธรรม) และไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจว่าจะทำตัวไม่ดี แต่หมายถึงชีวิตดีก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำผิดพลาด กล้าที่จะตัดสินใจผิด เป็นเรื่องปกติ กล้าทำในสิ่งที่เชื่อ ก้าวไปในสิ่งที่มั่นใจว่าพระเจ้านำและตรัส และหากเขาผิดพลาด หรือไปไม่ถึงสิ่งที่ตั้งเป้าหมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าความดี การรักษาชีวิต คุณภาพชีวิต การยอมรับ ของผู้ติดตามเราจะหมดไป เพราะการกล้าที่จะทำ และก้าวไปข้างหน้าของผู้นำ แม้ว่าบางครั้งจะเห็นผลน้อย หรือช้า แต่ทั้งหมด หากผู้นำคนนั้น ทำสุดกำลัง และเต็มที่ ผู้ตามก็จะเห็นเอง ในการทุ่มเท จริงใจและพระเจ้าก็จะสนับสนุนท่าน

ผู้นำที่โดดเด่นมักจะเป็นผู้ที่ต่อสู้ และไม่หันไปเหมา ปล้ำสู้ ทำ ปรับเปลี่ยน ค้นหา ปรับปรุง แก้ไข หาทางที่จะทำงาน นั้นๆ จนกว่าจะทะลุทะลวง ไม่กลัวที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะหากเขารู้ว่าหากทำเช่นนั้นต่อไป มันจะไม่สำเร็จและไม่เกิดผล ไม่ย่ำอยู่กับที่ กล้าทำในสิ่งที่ต้องทำ แม้ต้องฝืนตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่กลัวที่จะรู้สึกเสียหน้าและอายเมื่อล้มเหลว

เขาอาจเสียใจ ที่ทำผิดแต่ไม่ยอม เสียโอกาส ที่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาได้อีก เพราะ เขารู้ว่าบั้นปลาย พระเจ้าไม่ได้สร้างเขามาเพื่อเป็นผู้แพ้ แต่เขารอโอกาสที่จะชนะต่างหาก และยิ่งชีวิตและจริยธรรมของเขาด พระเจ้าจะเตรียมคนมาให้เขา รอบข้าง เพราะผู้นำที่ดีที่ทุ่มเท โดดเด่น มักจะดึงดูดคนที่เหมือนเขาเข้ามาหาด้วยกันครับ
ถ้าคุณตามใจทุกคน สุดท้ายทุกคนก็จะไม่ติดตามคุณ

ผู้นำต้องมีค่านิยมชัดเจน และกล้าที่จะแสดง ประกาศ จุดยืน โดยเฉพาะผู้นำที่เป็นคริสตชน เพราะ เป็นการไม่แฟร์เลย หากท่านคลุมเครือในค่านิยม และเอาใจทุก ๆ คนเพื่อจะให้ผู้คนติดตามท่าน โดยไม่มั่นใจ หรือเข้าใจผิดว่าท่านมีค่านิยม ความเชื่อ จริยธรรมระดับไหน

หากท่านไม่แสดงตัวตน ความเชื่อ ค่านิยม หรือสิ่งที่ท่านเป็น ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่ท่านกระทำ วันหนึ่งสิ่งนั้นก็จะปรากฏออกมา และผู้ตามหลายคนจะผิดหวัง เพราะพวกเขาเคยคิดว่า หรือเคยเชื่อว่า ท่านเป็น ท่านเชื่อแบบนี้ แต่สุดท้ายมันไม่ใช่

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้นำที่ไม่แสดงจุดยืนด้านจริยธรรม และด้านค่านิยม ก็เป็นการเอาเปรียบผู้ตามเป็นอย่างมาก เพราะท่านพยายามเอาใจ ประนีประนอม ทำให้ผู้ตามที่อาจเชื่อ หรือมีค่านิยมต่างกับท่าน หรือเชื่อไม่เหมือนท่าน เข้าใจผิดว่าท่านมีค่านิยมและจุดยืนเหมือนเขา และเขาเป็นเหมือนท่าน พวกเขาจึงติดตามท่าน แต่สุดท้ายเวลาผ่านไป สองฝ่ายเสียเวลา ประนีประนอม แต่ไม่ได้เริ่มงาน เริ่มสร้างสรรค์อะไรที่ดีหรือเกิดผลเด่นชัด เพราะสองฝ่ายมีค่านิยมต่างกัน

หากผู้นำประกาศจุดยืน ค่านิยม หลักการชัดเจน จะเป็นความยุติธรรมสำหรับผู้ตาม เพราะเมื่อท่าน กล้าประกาศ ผู้ตามบางคนที่รู้ว่าวิถีนี้ไม่ใช่ค่านิยมและจุดยืนของเขา ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสที่จะเลือก หรือย้ายไปร่วมงานกับผู้นำท่านอื่น และศักยภาพของเขา ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสก็จะเป็นของเขา เพราะเขาเหมือนกับรถไฟที่ไปเจอรางของมัน จะวิ่งได้ดีกว่าวิ่งบนถนน ซึ่งไม่ใช่วิถีของรถไฟ หรือเสมือน ปลาน้ำจืดที่ไม่ต้องไปอยู่ในน้ำทะเลที่เค็มจะทำให้ชีวิตของเขาไม่ได้ปลดปล่อยศักยภาพเต็มที่ครับ
ผู้นำศตวรรษที่ 20 มักจะเป็นผู้จัดการภายในตัว

ครั้งที่แล้วผมได้พูดถึงเรื่องผู้นำกับผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร เพราะเราจะได้รู้ถึงธรรมชาติคนทั้งสองประเภทนี้ว่าผู้นำมักมีไอเดียรายวัน หรือรายเดือน มองภาพกว้าง ใหญ่ แต่ผู้จัดการเขาสามารถ แยกแยะ จัดลำดับความสำคัญ เอาไอเดียของผู้นำมาจัดการเป็นระบบหมวดหมู่ ลำดับตามความสำคัญได้เป็นอย่างดี

แต่ผู้นำในศตวรรษ ที่ 20 ต่างกับผู้นำยุคก่อนแล้ว ที่จะมานั่งในห้องประชุม หรือโทรบอกผู้จัดการ ให้พิมพ์จดหมาย ร่างจดหมาย โทรหาคนนั้นคนนี้ ไปวางแผนมาส่ง หรือจะทำอะไรก็ต้องเรียกผู้จัดการคนนั้นมาทำให้หมด ผลก็คือหากขาดผู้จัดการ ผู้นำคนนี้เหมือนเป็นง่อยไปเลยนะครับ

ปัจจุบันผู้นำที่โดดเด่นมักจะเป็นผู้จัดการกึ่ง ๆ ภายในตัว พร้อมกับโน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์หนึ่งตัว เขาไม่ต้องเรียกเลขามาชงกาแฟให้ และไปร่างจดหมาย พิมพ์จดหมายให้แล้ว มันล้าสมัยแล้วครับ

เพราะผู้นำในปัจจุบันหลายคน เขามีไอเดีย ขณะนั้นเขาอาจนั่งที่ร้านกาแฟ ซึ่งปัจจุบันก็สามารถเชื่อมต่อ wi fi หรือ อินเตอร์เน็ตได้ สั่งกาแฟมากิน พร้อมกับเช็คเมล์เอง ส่งเอง ตอบเองได้ทันที และที่ต้องการรายละเอียดในการปฎิบัติการรองต่อมา ค่อยให้ผู้จัดการนำไปทำต่อให้สำเร็จ

หรืออีกภาพหนึ่ง สมัยก่อนผู้นำต้องร่างเอกสารหรือให้ผู้จัดการค้นหาข้อมูลโทรติดต่อ สมัยนี้ผู้นำสามารถค้นหาข้อมูลดิบเองทางเว็บไซด์ เพราะร้าน บริษัทในปัจจุบันสามารถโอนเงิน จ่ายเงินได้หมด จะสมัครวีซ่าไปอเมริกา ก็สามารถดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ เรื่องพวกนี้ผู้นำเขาทำกันได้ทุกที่ ทันที แม้ไปพักผ่อนที่ชะอำ หัวหิน

หากวันนี้ท่านหวังแค่จะเป็นผู้นำที่ดี อบอุ่น แต่ท่านต้องใช้บุคลากรมากมาย เสียงบประมาณในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเสีย เพราะผู้นำต้องปรับตัวพัฒนาที่จะคิดได้ทั้งแบบกว้าง ๆ คือคิดภาพใหญ่ และคิดมองภาพแบบ ภาพเล็ก แต่ทั้งสองแบบ ปัจจุบันมันต้องไปด้วยกัน และผู้นำศตวรรษที่ 20 มักจะเป็นผู้จัดการแบบกึ่ง ๆ ภายในตัวครับ ไม่ใช่แค่ใช้คำสั่งและแบ่งปันนิมิต พูด นั่งรอเลขามาชงกาแฟ ให้อย่างเดียว

นี่คือสิ่งที่ผู้นำต้องพัฒนา และไม่เกี่ยวกับอายุจะมากแค่ไหน แต่ว่าท่านอยากจะให้พระเจ้าใช้ได้มาก และเหมาะกับยุคสมัยนี้มากแค่ไหนครับ
การพัฒนา สิ่งที่ผู้นำขาดไม่ได้ในศตวรรษที่ 20

ผู้นำคริสเตียนจะหวังพูดแค่บนธรรมมาส หรือแจกสูจิบัตร ประจำสัปดาห์ไม่ได้แล้ว เพราะปัญหาเรื่องราวต่าง ๆ ที่สมาชิก ทีมงานควรรู้ และรู้เรื่องจริง ๆ ทันเวลา จะช่วยปกป้องพวกเขาได้ เพราะทุกวันนี้โลกของสื่อ มีข้อมูลดิบ ข้อคิดเห็นและข้อวิจารณ์ ที่จริงและเท็จเสมอ จนเราไม่รู้อันไหนจริงกันแน่ ในส่วนชีวิตของเรา เสพแต่สื่อตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ยันถึงก่อนนอน และการเรียกร้องจากที่ทำงาน องค์กร คริสตจักรของท่าน ครอบครัวของท่าน ทำให้เราต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า ผมคิดง่าย ๆ นะครับ วันหนึ่ง ๆ เราต้องมีเวลาอ่านไบเบิ้ล เวลาทำงาน เวลากับครอบครัว เวลากับตัวเอง ออกกำลังกาย พักผ่อน และการเรียกร้องจากเหตการณ์ที่คิดไม่ถึงมาก่อน ดังนั้น เราจะควบคุมมันได้อย่างไร?

คอมพิวเตอร์ที่พิมพ์งานเพื่อจะได้แก้ไขได้ facebook ที่โพสต์ข้อความสื่อสารกับทีมงาน เพื่อไม่ต้องโทรศัพท์ตลอดเวลา อีเมล์แจ้งข่าวสารที่ถูกและป้องกันข่าวที่ไม่ดี หากใช้เป็น สามารถประหยัดค่าโทรศัพท์และรักษาสุขภาพหูของท่านได้ อีกอย่างเว็บไซต์ของหน่วยงาน หรือองค์กรปัจจุบัน สามารถใช้โอนเงิน สมัครสมาชิก ซื้อของ ดูสินค้า

หากเป็นองค์กร โบสถ์ เขาดูหน้าร้าน หรือหน้าตาทางเว็บไซต์เพื่อติดต่อ ดูกิจกรรมของท่าน ความเชื่อของท่านก่อนไปซื้อ หรือร่วมกิจกรรม ทำให้ประหยัดเวลา ได้ทำสิ่งควรทำจริง ๆ เพราะบางสัมนาเราดูทางเว็บ หรือซื้อซีดีมาฟังในคอมพิวเตอร์และทำงานไป เพราะเราคงไปทุกสัมนาไม่ได้ เราก็ฟัง และทำงานหลักไป ให้คำปรึกษา ผ่าน msnไปด้วย เพราะเหมือนอาจารย์เปาโลพูดว่า คนที่เป็นเจ้าของก็เหมือนไม่ใช่เจ้าของ แต่เราก็เรียนรู้จะควบคุม เป็นเจ้าของสิทธิที่เราจะเป็นได้ครับ ผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ ที่สามารถทำงานได้ทุกที่ด้วยครับ ไม่เสียเวลาเดิทาง ส่งของ ฯลฯ

( 1คร7; 30-31 และให้คนที่เศร้าโศกดำเนินชีวิตเหมือนกับมิได้เศร้าโศก และผู้ที่ชื่นชมยินดี ดำเนินชีวิตเหมือนกับมิได้ชื่นชมยินดี และผู้ที่ซื้อก็ให้ดำเนินชีวิต เหมือนกับว่าเขาไม่มีกรรมสิทธิ์เหนืออะไรเลย และคนที่ใช้ของโลกนี้ให้ดำเนินชีวิต เหมือนกับมิได้ใช้อย่างเต็มที่เลย เพราะระบอบของโลกนี้กำลังล่วงไป)
การสร้างทีมงานรายบุคคล

บางกรณีเราก็สร้างสอนแบบทีม บางกรณีเราก็สร้างตัวต่อตัว เพราะนิสัย ปัญหา จุดอ่อนของแต่ละคนต่างกัน

บางคนมี ความสามารถ แต่ไม่มีความจงรักภักดี บางคนมีครบหมดแต่เชื่อไม่ได้ในเรื่องการเงินหรือเวลา มีหลายคนมีศักยภาพดี แต่จริยธรรมไม่ดี หลายคนทุ่มเท แต่ขี้คุย หรือบางคนมีความสามารถและมีจริยธรรมไม่ดี ไม่ทุ่มเท

ด้วยเหตุนี้เราต้องแก้ไข ติดตามนิสัยแต่ละคน ทำงานร่วมกันไปด้วย แก้ไปด้วย ไม่พยายามมอบงานที่เขาเสี่ยงต่อความอ่อนแอนั้น เพราะเรารู้ว่าเขาแพ้เรื่องจริยธรรมการเงิน ขณะช่วยเหลือเขาก็อย่าให้เขาดูแลการเงิน และอย่าเอาจุดอ่อนของคนหนึ่ง มาตั้งเป็นกฎให้ทั้งทีม คนอื่นที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น ต้องมาตึงเครียดกับกฎใหม่ ๆ เพราะนิสัยคน ๆ เดียว

การสร้างทีมแบบตัวต่อตัวนั้นสำคัญ ลงทุนน้อยแต่คุ้มค่า ที่ผมพูดนี้กรณีท่านไม่สามารถหาคนได้ ไม่มีสิทธิเลือก

แต่หากท่านเลือกได้ มีคนให้เลือก ท่านจะเลือกทีมก็ควรหาคนที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ และรับการสอนได้ ยำเกรงพระเจ้า ประกอบด้วยสติปัญญา แม้เขาอาจมีจุดอ่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ค่อย ๆ แก้ไป และสุดท้ายอยากหนุนใจว่าไม่มีใครดีพร้อม เมื่อท่านเป็นผู้นำ ท่านมีหน้าที่สร้างเขาขึ้นมา และสร้างจากคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวท่านนี่เอง

Visitor counter